การดูแลยางในช่วงหน้าร้อน

ข้อมูลจาก: สินมั่นคง ประกันภัย

โดย: support เมื่อวันที่: 23/3/2561

จำนวนผู้เข้าชม: 783


การดูแลยางในช่วงหน้าร้อน

- ควรหลีกเลี่ยงการจอดรถบนพื้นผิวที่ร้อนจัดมากๆ เป็นเวลานานต่อเนื่อง

-  สภาพผิวถนนยังมีส่วนอย่างมากในด้านการสึกหรอของยางโดยเฉพาะการจอดรถตากแดดในที่โล่งแจ้งไม่มีร่มเงาบังแสงอาทิตย์ หากจอดตากแดดบนพื้นคอนกรีตอุณหภูมิก็จะยิ่งสูงขึ้น

- เมื่อต้องขับรถยนต์ทางไกลในสภาพที่ร้อนจัด ก็ควรทำการพักรถ เพื่อให้เครื่องยนต์และยางได้คลายความร้อนลงไปบ้าง โดยประมาณไม่ควรเกิน 300 กิโลเมตร ควรพักรถหนึ่งครั้ง

- การจอดพักรถหลังเดินทางไกลในสภาพที่ร้อนจัด หลีกเลี่ยงการจอดรถบนพื้นถนนที่มีน้ำเปียกถนน เพราะอุณหภูมิที่มีการเปลี่ยนแปลงกะทันหันจะทำให้ยางร่อน, บวม หรือยางระเบิดได้

- การขับรถไปจนยางร้อนจัดแล้วต้องไปเจอกับอุณหภูมิของอากาศที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน เช่น เจอฝนตก น้ำท่วมขัง อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดยางระเบิดได้

- การใช้งานอย่างหนักหรือขับแบบไม่ถูกวิธีจนทำให้ยางเกิดความเค้นและความเครียดสูง ทำให้เกิดแตกลายงาได้

- น้ำยาเคลือบแก้มยางให้ดำเงางาม บางชนิดส่งผลถึงแก้มยางทำให้เกิดอาการแข็งกระด้าง

- การจอดรถทิ้งไว้นานๆ โดยไม่มีการขยับ น้ำหนักของรถจะกดยางส่วนที่อยู่บนพื้นจนยางเสียรูปหรือยางไม่กลม จึงควรนำรถออกไปวิ่งบ้างเพื่อให้ยางทำงานและเปลี่ยนจุดกระจายความเครียดออกไปให้ทั่วทั้งเส้น

-  ไม่บรรทุกน้ำหนักมากเกินไป หากเป็นการใช้งานเพื่อบรรทุกหนัก ควรเลือกใช้ยางที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

- ไม่ควรขับขี่ด้วยความเร็วสูงมากเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนในยางสูง อันเป็นสาเหตุ ให้ยางสึกหรอเร็วขึ้น

- ใช้ความเร็วในการขับขี่ที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเบรคหยุดรถอย่างกะทันหัน หรือการออกตัวอย่างรุนแรง

- หลีกเลี่ยงถนนที่มีสภาพ ขรุขระ มีหลุมบ่อ หากต้องขับขี่บนถนนดังกล่าว ควรเลือกใช้ดอกยางให้ถูกประเภท และลดความเร็วในการขับขี่ลง

- ดูแลรักษาศูนย์ล้อและระบบช่วงล่างอย่างสม่ำเสมอ-

-หมั่นตรวจเช็คสภาพยางรถอยู่เสมอ เปลี่ยนตามกำหนด คือทุกๆ 2 ปี